สมุฏฐานหลัก (ธาตุไฟ+ธาตุลม) สาเหตุหลักๆของการเกิดการชา
คือการผิดปกติของไฟและลมในร่างกาย ไฟคือพิษแห่งความร้อนสะสม
ลมคือพิษของแรงดัน การเคลื่อนไหวลมมาก-น้อยผิดปกติ
สาเหตุหลักๆ

1. การใช้อิริยาบทเดิมๆเป็นเวลานานๆ เช่น นั่งนาน ยืนนาน
เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณคอบ่าไหล่ทำให้การไหลของลมไปไม่สะดวก
จึงเกิดการกระจุกตัวเป็นก้อนๆ ก้อนลมร้อนเผาตามส่วนต่างๆ
ทำให้เกิดความร้อนและชาเกิดขึ้น

2.อาหาร ชอบทานอาหารหวาน ติดน้ำตาล ติดของทอดของมัน
ไขมันสูง เนื้อสัตว์ย่อยยาก เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ของหวาน
เบอเกอรี่ ชาเขียว ชานม ชาไข่มุก อาหารเหล่านี้ก่อเกิดไขมัน
และน้ำตาลส่วนเกินสะสมในอวัยวะภายใน ขัดขวางทางเดินลมและไฟ
ทำให้เกิดความดันและร้อนออกตามผิวค่ะ จึงเกิดอาการร้อนและชาตามมือเท้าตามมา

3.อารมณ์เสียบ่อย อารมณ์โมโห หงุดหงิด โกรธ เครียด วิตกจริต
มักทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย กระตุ้นให้เกิดไฟที่หัวใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
ความร้อนส่งไปสะสมตามจุดต่างๆ มีอาการร้อนมือ ร้อนเท้า ชาทั้งตัวได้เช่นกัน

4.ธาตุน้ำกลัด เสมหะกลัด หมายความว่า น้ำในตัวเหนียวหนืดเป็นก้อน
ไม่ว่าจะน้ำเลือด น้ำหนอง น้ำเสมหะ น้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือด น้ำไขข้อ
น้ำไขมันเหลว น้ำเมือก น้ำหล่อลื่น น้ำประจำเดือนเก่า สารคัดหลั่ง
ที่อยู่ภายในอวัยวะภายใน ถูกความร้อนในตัว ธาตุไฟเผาเรื่อยๆ
จึงเกิดการแข็งเป็นก้อนเกิดขึ้น กระจุกตามตามอวัยวะภายใน
เช่น ก้อนไขมัน ก้อนเสมหะ ก้อนซิสต์ ติดค้างตกค้างระบบภายใน
ทำให้การไหลเวียนติดขัด เลือดเดินไม่สะดวกจึงเกิดการกระตุก
และชาตามตัวได้เช่นกัน

วิธีการดูแลตัวเองคือ
1.ดูสาเหตุของการเกิดโรค และแก้จุดบอดของตัวเองก่อน
งดของหวาน ลดการทานของทอดมัน ลดละเลิกอารมณ์โมโห

2.ดื่มน้ำให้เพียงพอ งดน้ำแข็งน้ำเย็น ควรทานน้ำอุณหภูมิปกติ หรือน้ำอุ่น
เพื่อปรับระบบร่างกายให้สมดุล ทานน้ำบ่อยๆเพื่อขับพิษในร่างกายออกทางปัสสาวะ

3.หมั่นออกกำลังกาย ยืดเส้น โยคะ หรือนวด เพื่อให้เส้นเอ็นที่ตึง
ได้คลายตัวออก หากเราเกร็งตัวเป็นเวลานานๆ จะทำให้กลายเป็นก้อนพังพืดเป็นแผ่นหนาขึ้น
มีผลให้เลือดเดินไม่ดีค่ะ มีผลให้เกิดอาการชาและนิ้วล็อกได้

4.นอนหลับให้เพียงพอ ไม่อดหลับอดนอนค่ะ

5.การดูแลตัวเอง ต้องใช้การปรับอาหารและพฤติกรรมทั้งหมด
ควบคู่กับการถ่ายพิษในตัวออกไปพร้อมๆ กันนะคะแก้ที่ต้นตอที่แท้จริง
สุขภาพดีอย่างยั่งยืนค่ะ

โดย หมอยุ้ย #ภู่หลาน 👩🏻‍⚕️