ปวดหัว เวียนหัว ง่วงนอนทั้งวัน: มาจากความผิดปกติของเลือดลมตามหลักแพทย์แผนไทย

หมอยุ้ยภู่หลาน อยากให้ลองดู อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือรู้สึกง่วงอ่อนเพลียตลอดทั้งวัน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เลือดลมในร่างกายเริ่มไหลเวียนไม่สมบูรณ์ ตามศาสตร์แพทย์แผนไทย

ภาวะนี้อาจทำให้การลำเลียงเลือดไปเลี้ยงปลายประสาทและอวัยวะต่าง ๆ ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการมึนงง หน้ามืด และความรู้สึกอ่อนแรงได้

สาเหตุที่อาจทำให้เลือดลมติดขัด
ภายในระบบไหลเวียนเลือด อาจมีสิ่งที่ทำให้การเคลื่อนตัวของเลือดเป็นไปได้ไม่ดี เช่น
ไขมันสะสมพังผืด

สารตกค้างหรือความหนืดของเลือดความเย็นสะสมภายในร่างกาย
ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นตัวขัดขวางมรรคาเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง เกิดความอึดอัดภายใน และแสดงออกมาเป็นอาการเวียนหัว ปวดหัว หรืออาการอ่อนเพลียตลอดวัน

แนวทางการบำบัดและปรับสมดุลตามแพทย์แผนไทย

1.การนวดบำบัดเพื่อเปิดเส้นและปรับเลือดลม
การนวดไทยทั้งตัวช่วยให้เส้นลมคลายตัว กระตุ้นการเคลื่อนไหวของเลือดและน้ำเหลือง แนะนำให้ทำ
ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

2.การแช่น้ำอุ่นเพื่อคลายความตึงล้า
การแช่น้ำอุ่นวันเว้นวันช่วยเปิดรูขุมขน กระตุ้นธาตุไฟให้เคลื่อนตัวอย่างสมดุล และช่วยคลายเส้นที่ตึง
ทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการเวียนหัวและความเมื่อยล้าได้

3.การดื่มน้ำให้เพียงพอ
การจิบน้ำระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความหนืดของเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนทำงานได้ดีขึ้น
ช่วยลดอาการมึนงงและอ่อนเพลีย

4.หลีกเลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็น
อาหารฤทธิ์เย็นอาจทำให้เส้นลมหดตัวและเลือดไหลเวียนช้าลง ควรลดการรับประทานอาหารประเภทนี้ เพื่อป้องกันการเกิด “ลมอุดกั้น” และส่งเสริมให้เลือดลมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

สรุป
อาการปวดศีรษะ เวียนหัว และง่วงนอนเรื้อรัง อาจไม่ใช่เพียงความเครียดหรือการพักผ่อนไม่พอ แต่เป็นสัญญาณของ ความติดขัดของเลือดลมในร่างกาย ตามแนวคิดแพทย์แผนไทย การดูแลด้วยการนวด การแช่น้ำอุ่น การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็น ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลและฟื้นฟูร่างกายอย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

Line
Messenger
Messenger
Line