การดื่มน้ำกับ “ภาวะไต” แพทย์แผนไทยมองอย่างไร? และทำไมบางคนต้องจำกัดน้ำ บางคนไม่ต้องจำกัดในศาสตร์แพทย์แผนไทย ภู่หลาน มาชวนวิเคราะห์กัน การดูแลไตไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างอวัยวะเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับ “ระบบน้ำในร่างกาย” การไหลเวียน การขับของเสีย และความสมดุลของธาตุสำคัญภายในร่างกาย เมื่อไตเริ่มอ่อนแรง การดื่มน้ำจึงต้องถูกปรับให้เหมาะกับสภาวะของแต่ละคน🔹 1) กรณี “ไม่จำกัดน้ำ” – ไตยังทำงานได้อยู่เหมาะสำหรับผู้ที่ไตเริ่มอ่อนแรงเพียงเล็กน้อย หรืออยู่ในระยะที่ ยังสามารถขับของเสียได้ดีพอสมควรแพทย์แผนไทยอธิบายว่าน้ำเป็นตัวพา “ความร้อนและของเสีย” ออกจากร่างกาย หากไตยังทำงานได้ น้ำที่ดื่มเข้าไปจะช่วยขับพิษ ลดความร้อนภายใน และทำให้ระบบน้ำในร่างกายสมดุลขึ้นแนะนำการดื่มน้ำดื่มได้ตามปกติ แต่ไม่ควรดื่มรวดเดียวปริมาณมากดื่มแบบ จิบเรื่อยๆ ให้ร่างกายค่อยๆ รับเลี่ยงการดื่มจนรู้สึกท้องอืด แน่น หรือเริ่มบวมถือเป็นกลุ่มที่ยังดูแลตัวเองได้ง่าย ด้วยการปรับพฤติกรรมและเลือกอาหารที่ช่วยบำรุงไต เช่น น้ำใบบัวบก น้ำย่านาง ฟักทอง ตำลึง ฯลฯ 🔹 2) กรณี “ต้องจำกัดน้ำ” – ไตอ่อนแรงมากพบในผู้ที่มีการคั่งของเสียในร่างกายระดับสูง หรืออยู่ในระยะที่ร่างกายเริ่มขับน้ำได้ไม่ดี เช่น ไตเสื่อมระดับ 3–4ตามแนวคิดแพทย์แผนไทยเมื่อไตอ่อนแรงมาก “ธาตุน้ำจะคั่ง” ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายน้ำส่วนเกินออกได้หากดื่มมากเกินไป น้ำจะกระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดอาการ– ตัวบวม– หน้าบวม– แน่นหน้าอก– อ่อนเพลียและหนักตัวน้ำที่ควรเป็นตัวพาออกของเสีย กลับกลายเป็นน้ำที่ร่างกายระบายไม่ออก จึงต้อง ระวังปริมาณน้ำอย่างจริงจังหลักการดื่มน้ำในกลุ่มนี้ดื่มเฉพาะเท่าที่จำเป็นดื่มเพียงพอไม่ให้คอแห้งหรือวิงเวียนเน้นน้ำอุ่นปริมาณน้อยๆ เพื่อไม่ให้ไหลคั่งในระบบน้ำ ✨ สรุปง่ายๆไม่จำกัดน้ำ = ไตยังพอทำงานได้ → ดื่มได้ แต่ต้องค่อยๆ จิบจำกัดน้ำ = ไตอ่อนแรงมาก → ดื่มเยอะไม่ได้ เพราะร่างกายระบายน้ำไม่ออกในมุมแพทย์แผนไทย การดื่มน้ำคือการดูแล “สมดุลน้ำ–ไฟ–ลม” ของร่างกาย ผู้ที่ไตอ่อนแรงแต่ละระดับจึงต้องดูแลแตกต่างกัน เพื่อให้ระบบน้ำทำงานได้ตามธรรมชาติของร่างกายที่สุด