ธาตุ 4 กำเริบ หย่อน พิการ (ธาตุไม่สมดุลจึงป่วย)

ธาตุ 4 กำเริบ หย่อน พิการ คืออะไร? เช็กอาการเมื่อธาตุไฟ-ธาตุลมไม่สมดุล

ธาตุ 4 กำเริบ หย่อน พิการ คืออะไร? เช็กอาการเมื่อธาตุไฟ-ธาตุลมไม่สมดุล

1. เตโชธาตุ

ชื่อว่า สันตัปปัคคีพิการ (ไฟสำหรับอุ่นกายไม่สมดุล)

บ้างก็เย็นในอก

กินอาหารพลันอิ่ม

มักให้จุกเสียด ขัดอก

อาหารพลันแหลก มักอยากบ่อย ๆ

จึงให้เกิดลม 6 จำพวก คือ

ลมอุตรันตะ – ขัดแต่สะดือถึงลำคอ

ลมปัตตะรันตะ – ขัดอกถึงลำคอ

ลมอัสวาตะ – ให้ขัดจมูก

ลมปรามาศ – หายใจขัดอก

ลมอนุวาตะ – หายใจขาดไป

ลมมหาสดมภ์ – ลมจับนิ่งไป

ยาแก้ลมในตำราแพทย์ไทย มักจะใช้ตำรับ “ยากาลาธิจร”


2. วาโยธาตุ

ชื่อว่า ชิระนัคคีพิการ (ไฟสำหรับเผาให้เก่าแก่คร่ำคร่า) * มีอาการผอมเหลือง

ครั่นตัว เมื่อยทุกข้อ ทุกลำทั่วสรรพางค์กาย

หายใจสั้น

เหม็นปาก ให้ปวานปากตัวเอง

โลหิตออกจากปาก จากจมูก จากหู

กินอาหารไม่รู้รส

กุจฉิสยาวาตา (ลมพัดในท้องแต่นอกลำไส้)

ชิรนัคคีเป็นธาตุไฟ ต้นตอลมร้อนในไส้ ต้นเหตุที่ทำให้วาโยธาตุพิการ ก็มาจากธาตุไฟหย่อนหรือพิการ


3. อาโปธาตุ พิการ (ธาตุน้ำในตัวผิดปกติ)

มักเกิดจากผักและอาหารทั้งปวงผิดสำแดง

ดีพิการ – มักขึ้งโกรธ มักสะดุ้งใจ

เสมหะพิการ – กินอาหารไม่รู้รส

หนองพิการ – มักให้เป็นหืดไอ

โลหิตพิการ – คลั่งเพ้อพก ร้อน

เหงื่อพิการ – มักเชื่อมซึม

มันข้นพิการ – มักให้ตัวชาสากไป

น้ำตาพิการ – มักปวดศีรษะ เจ็บตา

มันเหลวพิการ – บวมมือบวมเท้า เป็นน้ำเหลืองตก ผอมแห้งไป

น้ำลายพิการ – มักเป็นไข้ มักให้คอแห้ง ฟันแห้ง

น้ำมูกพิการ – มักให้ปวดศีรษะ

ไขข้อพิการ – มักให้เมื่อยทุกข้อทุกกระดูก

มูตรพิการ – ให้ปัสสาวะแดง ขัดปัสสาวะๆ เป็นโลหิตปวดเจ็บเนือง ๆ

ธาตุน้ำพิการ คำว่าพิการ ไม่ได้แปลว่าพิการ แต่แปลว่า เสียสมดุลไปจากเดิม อย่างรุนแรง


4. ปัถวีธาตุกำเริบ (ธาตุดินพิการ)

ผมพิการ – ให้คันศีรษะ มักเป็นรังแค ให้เจ็บหนังศีรษะเนือง ๆ ไป

ขนพิการ – มักให้เจ็บทั่วสรรพางค์กายทุกขุมขน ขนลุกขนพองทั่วตัว

เล็บพิการ – มักเจ็บต้นเล็บ ให้ต้นเล็บเขียว ต้นเล็บดำช้ำเป็นโลหิต ให้เจ็บเสียว ๆ นิ้วมือเท้า

ฟันพิการ – มักเจ็บรายฟัน เป็นฝีรำมะนาด บางทีให้เป็นโลหิตไหลออกทางไรฟัน ให้ฟันคลอน ฟันถอนออก

หนังพิการ – มักร้อนผิวหนังทั่วสรรพางค์กาย บางทีให้เป็นผื่นดุจเป็นผดแสบร้อนอยู่เนืองๆ

เนื้อกำเริบ – มักนอนสะดุ้งไม่หลับสนิท ฟกบวม บางทีให้เป็นหัวดำหัวเขียวทั้งตัว บางทีเป็นดุจลมพิษเป็นดั่งประดงเหือด หัดต่าง ๆ

เอ็นกำเริบ – มักเจ็บสะบัดร้อนสะท้านหนาว ให้ปวดศีรษะเรียกว่าลมอัมพฤกษ์กำเริบ

กระดูกพิการ – ให้เมื่อยขบทุกข้อทุกกระดูก

สมองกระดูกกำเริบ – มักปวดศีรษะเนือง ๆ

ม้ามพิการ – มักให้ม้ามหย่อน

หฤทัยพิการ – มักคลุ้มให้คลั่งดุจเป็นบ้า ให้ทุรนทุรายยิ่งนัก

ตับพิการ – ให้ตับโต ตับทรุด เป็นฝีในตับ และตับพิการต่าง ๆ

พังผืดพิการ – ให้เจ็บ ให้อาเจียน จุกเสียดกลับเข้าออก เป็นเพราะลม

ปิหกังพิการ (ไต) – ปวดท้องแดกขึ้นแดงลง ปวดขบอยู่เนือง ๆ

ปอดพิการ – มักให้ปวดเป็นพิษ ให้ระบายน้ำอยู่เนือง ๆ

ไส้ใหญ่พิการ – มักให้สะอึก ให้หาวให้เรอ

ไส้น้อยพิการ – มักพะอืดพะอม ท้องขึ้นท้องพอง มักเป็นท้องมานกระษัย ลงท้อง(ถ่ายท้อง) ตกมูกตกเลือดเป็นต่าง ๆ

อาหารใหม่พิการ (อาหารเป็นพิษ) – มักลงท้อง ลงแดง ให้อาเจียน

อาหารเก่าพิการ – มักกินอาหารไม่รู้จักรสเป็นต้น จะให้บังเกิดโรคต่างๆ

สมองศีรษะ – มันในสมองพร่อง หรือผิดปกติเดือดจนแน่นกระบาลศีรษะ มักปวดศีรษะยิ่งนัก มักตาแดงคลั่ง เรียกว่า สันนิบาต ธาตุดินประทะลมไฟ กำเริบรุนแรง มักใช้ “ยาตรีวาสัง”


การรักษาแพทย์แผนไทย

จึงวางยา ตามธาตุเจ้าเรือนเป็นหลัก หากเกิดอาการสันนิบาต (ผสมโรค) พึงให้รักษา อาการที่หนักก่อนเป็นหลัก

ปล.ภาษาแพทย์แผนไทย ใครอ่านแล้วงง ก็อ่านหลายๆรอบจ้า

Cr. หมอยุ้ย ภู่หลาน แพทย์แผนไทย

Line
Messenger
Messenger
Line